ประวัติความเป็นมาของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฉะเชิงเทรา  จำกัด

          สหกรณ์ออมทรัพย์ครูฉะเชิงเทรา  เริ่มต้นเมื่อนายหรีด  วาทะพุกกณะ  สหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา  ทำบันทึกเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา  ขณะนั้น  (นายยุทธ  จรัณยานนท์)  เมื่อวันที่  19  ตุลาคม  พ.ศ.  2498  โดยเห็นว่า  สหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิต  เป็นวิธีการที่จะทำให้สมาชิกได้ออมทรัพย์เป็นประจำทุกเดือน  และสมาชิกคนใดเดือดร้อน  สหกรณ์ก็ยังให้กู้โดยคิดดอกเบี้ยในราคาถูก  และในชั้นนี้เห็นควรให้จัดขึ้นในหมู่ข้าราชการครูก่อน  ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบและทำหนังสือเสนอเรื่อง  การจัดตั้งสหกรณ์   ออมทรัพย์และเครดิตสำหรับคนมีเงินเดือน  ถึงผู้ว่าราชการภาค  2  ขณะนั้น  (นายถนอม  วิบูลมงคล  รองผู้ว่าราชการภาค  2  รักษาการแทนผู้ว่าราชการภาค  2)  เมื่อวันที่  26  ตุลาคม  2498  ทางผู้ว่าราชการ  ภาค  2  เห็นชอบ  และให้นัดคณะผู้เริ่มการตั้ง  ได้แก่

1.  นายสุบิน  พิมพยะจันทร์       

 7.  นายแถม  สรวยสุวรรณ

2.  นายสิริ  ไกวัลกุล         

 8.  นายประดิษฐ  โสวัญนะ

3.  นายถนอม  ทรัพย์สมบูรณ์

9.  นางเฉลิมวงศ์  โชติกุญชร

4.  นายอนันต์  เอี่ยมศรี   

10.  นายสมบูรณ์ศรี  ศุภวรรณ์

5.  นายเปรื่อง  สืบทิม   

11.  นายนิคม  วังยาว

6.  นายเกษม  โอสถานนท์   

12  นายคฑา  นิพนธ์พันธุ์

 มาร่วมประชุมพิจารณารายละเอียดการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์  เมื่อวันที่  7  พฤศจิกายน  พ.ศ.  2498  แล้วออกหนังสือชี้ชวนเข้าเป็นสมาชิก  สหกรณ์ครูฉะเชิงเทรา  จำกัดสินใช้  ที่จะตั้งขึ้น  ถึงครู  อาจารย์  และ     ข้าราชการแผนกศึกษาธิการจังหวัดฉะเชิงเทรา  ใจความดังนี้

หนังสือชี้ชวนเข้าเป็นสมาชิก

สหกรณ์ครูฉะเชิงเทรา  จำกัดสินใช้ ที่จะตั้งขึ้น

           โดยที่บรรดาอาจารย์  ครู  และข้าราชการแผนกศึกษาธิการจังหวัดฉะเชิงเทรา  คงได้ตระหนักอยู่แล้วถึงความสำคัญของการออมทรัพย์  ตามวิสัยอารยชนผู้คำนึงถึงความจำเป็นที่ต้องมีทรัพย์สินสะสมไว้       โดยชอบ  เพื่อมีทางตั้งตัวได้แม้ตนต้องออกจากงานประจำและเพื่อทำนุบำรุงลูกหลานของตนในอนาคต    ดังนั้นจึงอาจปรารถนาองค์การอันถาวรของพวกเราเอง  เพื่ออำนวยความสะดวกและควบคุมอย่างใกล้ชิด   ให้พวกเราออมทรัพย์ได้อย่างจริงจัง  องค์การนี้ต้องช่วยบรรดาสมาชิกซึ่งสะสมเงินที่ตนออมไว้นั้นให้ได้  ผลประโยชน์ตอบแทนอย่างน่าพอใจ องค์การนี้ต้องช่วยผู้ต้องการเงินกู้เพื่อการอันจำเป็นหรือมีประโยชน์นั้นให้ได้รับเงินกู้โดยข้อกำหนดอันผ่อนปรน  มิให้ตกอยู่ในความบีบคั้นของเอกชนผู้ให้กู้ยืมเงิน  ทั้งต้องช่วยให้หลุดพ้นหนี้สินโดยสะดวกด้วย  องค์การที่จะทำหน้าที่ดังว่านี้ได้ก็คือ  “สหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตสำหรับคนมีเงินเดือน”

          สหกรณ์รูปนี้ได้จัดสำเร็จและบรรลุผลดีมาแล้วในประเทศก้าวหน้า  เช่น  สหรัฐอเมริกา  และแม้ในประเทศใกล้เคียง  เช่น  อินเดีย  พม่า  และสหภาพมลายู  กล่าวโดยทั่วไป  สหกรณ์รูปนี้ดำเนินงานด้วยความมั่นคงและอำนวยคุณประโยชน์แก่บรรดาสมาชิกอย่างจริงจัง  ในประเทศไทยเพิ่งได้จัดสหกรณ์รูปนี้ใน     หมู่ข้าราชการกระทรวงสหกรณ์สมาคมหนึ่ง  และในหมู่ครูแห่งจัดหวัดนครสวรรค์อีกสมาคมหนึ่ง  ก็ปรากฎว่าได้ผลน่าพอใจและมั่นคงเช่นเดียวกัน

          โดยที่หมู่ครูหรือข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษานั้น  ควรต้องมีคุณลักษณะเด่นกว่าหมู่ชนอื่น ๆ  อยู่ประการหนึ่ง  คือ  พึงแสวงความรอบรู้อันกว้างขวางอยู่เป็นนิจ  และโดยนัยนี้  นอกจากจะต้องพยายามออมทรัพย์ไว้เพื่อความจำเป็นประการอื่น ๆ  แล้ว  ยังต้องออมไว้เพื่อการศึกษาของตนอันควรปรับปรุง       ให้ก้าวหน้าอยู่เสมอด้วย  อนึ่ง  โดยที่การออมทรัพย์นั้นเป็นมูลฐานแห่งความมั่งคั่งของประชาชนและถือกันว่าเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตของอารยชน  ดังนั้นจึงเป็นการสมควรยิ่งที่จะพัฒนาขึ้นใน   หมู่ครูและข้าราชการผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาของชาติ  เพื่อเป็นตัวอย่างอันดีที่จะปลูกฝังองค์คุณประการนี้ในหมู่อนุชนอย่างกว้างขวางและแน่นแฟ้นสืบไป  เมื่อระลึกถึงข้อนี้  การที่จะจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์เป็น  องค์การถาวรในหมู่ครูก็ยิ่งจำเป็นและพึงปรารถนาแท้จริง  ในประเทศต่าง ๆ  ก็ปรากฎสหกรณ์รูปนี้ขึ้นหน้ามากในหมู่ครู

          เพื่อประโยชน์ดังกล่าวข้างต้น  ผู้แทนของบรรดาครูและข้าราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการจากท้องที่ทั้งหลาย ในจังหวัดฉะเชิงเทรา  อันประกอบด้วยศึกษาธิการจังหวัด  ผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัด  ครูใหญ่โรงเรียนรัฐบาลสังกัดจังหวัดและศึกษาธิการอำเภอทั้งหมดในจังหวัดนี้ จึงได้ร่วมหารือและเห็นพ้องต้องกันในอันที่จะจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์และ เครดิตสำหรับคนมีเงินเดือนขึ้นในหมู่ครูและข้าราชการสังกัดกระทรวง ศึกษาธิการประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา  เพื่อการนี้ผู้แทนทั้งหลายที่อ้างมานั้นได้ประกอบเป็น      คณะผู้เริ่มการจัดตั้งสหกรณ์ดังกล่าวนี้  และได้พิจารณาร่างข้อบังคับของสหกรณ์ที่จะตั้งขึ้นนั้นไว้เป็น     ฐานเบื้องต้น  ทั้งได้พิจารณาวางวิธีดำเนินงานจัดตั้งเตรียมไว้ด้วย

          สหกรณ์ที่จะตั้งขึ้นนี้  กำหนดให้ชื่อว่า  “สหกรณ์ครูฉะเชิงเทรา  จำกัดสินใช้”

          โดยข้อบังคับของสหกรณ์ที่จะตั้งขึ้น  กำหนดให้สมาชิกต้องส่งเงินสะสมรายเดือน  เริ่มจากถ้ารายเดือนไม่ถึง  600  บาท  หักสะสม  20  บาท  และสูงสุด  ถ้ารายได้เกิน  3,000  บาท  หักสะสม  100  บาท

          และสหกรณ์จะออกหุ้นมูลค่าหุ้นละ  10  บาท  ให้สมาชิกถือหุ้นโดยจะคิดปันผลให้ ร้อยละหก ต่อปี

         เมื่อวันที่  23  ธันวาคม  พ.ศ.  2498  นายสุบิน  พิมพยะจันทร์  ศึกษาธิการจังหวัด  ขณะนั้น  ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อเสนอร่างข้อบังคับสหกรณ์  โดยในข้อบังคับนี้กำหนดให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นประธานโดยตำแหน่ง  และผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัดเป็นเหรัญญิกโดยตำแหน่ง

          เมื่อวันที่  26  ธันวาคม  พ.ศ.  2498  ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหนังสือเสนอถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  ขณะนั้น  (นายนาค  เทพหัสดิน  ณ  อยุธยา  รองปลัดกระทรวงลงชื่อแทน)  เพื่อขอตั้งประธาน  และเหรัญญิกของสหกรณ์ครูฉะเชิงเทรา   จำกัดสินใช้  และทำหนังสือถึงนายทะเบียนสหกรณ์  (นางพงษ์  สรีวรรธนะ)  เพื่อขอจดทะเบียน  เมื่อ  21  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  2499  และได้รับอนุญาตจดทะเบียนเป็นสหกรณ์  เมื่อวันที่   10  มีนาคม  พ.ศ.  2499  และประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เล่มที่  73  ตอนที่  6  วันที่  17  มกราคม  พ.ศ.  2499  ลงนามโดย  พลเรือโท  สุนาวินวิวัฒ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสหกรณ์  ขณะนั้น

          ผู้เข้าชื่อขอจดทะเบียนสหกรณ์ได้เข้าประชุมครั้งแรกเมื่อ  24  มกราคม  พ.ศ.  2499  โดยมีสมาชิก  รุ่นแรก  474  คนได้ดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการชุดแรกตามข้อบังคับ  จำนวน  18  คน  โดยมีนายสุบิน  พิมพยะจันทร์  ศึกษาธิการจังหวัดเป็นประธานกรรมการสหกรณ์คนแรก  และนางถวัลย์  ยงเจริญ  เป็นผู้จัดการคนแรก  โดยใช้สำนักศึกษาธิการจังหวัดเป็น  สำนักงานสหกรณ์ครูฉะเชิงเทรา  จำกัดสินใช้

          ในปี  พ.ศ.  2509  นายฉลอง  ปาลกะวงศ์  ณ  อยุธยา  ตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดฉะเชิงเทรา       เป็นประธานกรรมการดำเนินการได้ขอใช้ที่ราชพัสดุ  บริเวณหลังศาลากลางเพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคาร    สำนักงานของสหกรณ์เอง  เป็นอาคารชั้นเดียว  ใช้เงินทุนของสหกรณ์เอง  จำนวน  293,000.- บาท  ใช้เป็นสถานที่ทำการของสหกรณ์

          ต่อมาที่ประชุมใหญ่มีมติให้เปลี่ยนชื่อจาก  “สหกรณ์ครูฉะเชิงเทรา  จำกัดสินใช้”  เป็น    “สหกรณ์ออมทรัพย์ครูฉะเชิงเทรา  จำกัด”  และได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณ์ให้เปลี่ยนชื่อได้  เมื่อ  9  เมษายน  พ.ศ.  2512

          และเมื่อวันที่  12  พฤษภาคม  2547  นายสุเทพ  ชิตยวงษ์  ประธานกรรมการสหกรณ์ได้ริเริ่ม        ก่อสร้างอาคารสำนักงาน สหกรณ์หลังใหม่ ณ ที่เดิม โดยมีนายโกเมศ  แดงทองดี  ผู้ว่าราชการจังหวัด  ทำพิธีวางศิลาฤกษ์  เมื่อวันที่  19  มิถุนายน  พ.ศ.  2547  แล้วเสร็จเมื่อวันที่  21  เมษายน  พ.ศ.  2548  ใช้เงินทุนและงบประมาณค่าก่อสร้าง  โดยประมาณ  14,000,000.- บาท